หน้าแรก / บริการอื่นๆ / 5 วิธี การดูแลรถยนต์ที่จอดอยู่บ้านนานๆ
บริการอื่นๆ
5 วิธี การดูแลรถยนต์ที่จอดอยู่บ้านนานๆ

5 วิธี การดูแลรถยนต์ที่จอดอยู่บ้านนานๆ

 

1. จอดรถในที่ร่ม แต่อย่าจอดใต้ต้นไม้

เลือกจอดรถภายในที่ร่ม มีอากาศถ่ายเทได้ดี อย่าจอดรถตากแดดเพราะทำให้สีรถและยางเสีย แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ควรหาผ้ามาคลุมกันฝุ่น

อย่าจอดใต้ต้นไม้ เพราะ ยางไม้และขี้นกก็ทำให้สีรถด่าง และอาจมีเศษกิ่งไม้ ใบไม้ตกใส่ อาจไปอุดตันรูระบายน้ำหาดฝนตกอาจทำให้น้ำเข้ารถ

ไม่จอดรถใกล้สถานที่เปียกชื้น ใกล้กองขยะเพราะอาจมีหนูเข้าไปกัดสายไฟ

 

2. ล้างรถให้สะอาด

ก่อนที่รถคุณจะถูกจอดทิ้ง ควรทำความสะอาดรถให้เรียบร้อย เนื่องจากอาจมีคราบยางไม้ หรือขี้นกติดอยู่ บนชั้นเคลือบสี ซึ่งถ้าหากปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน โดยไม่ทำความสะอาด อาจทำให้คราบเหล่านั้นกัดกร่อนสีรถ หรือทำให้ผิวรถเกิดคราบฝังแน่นลงไปในชั้นเนื้อสี ล้างไม่ออก ทำให้รถมีสีที่ไม่เงางามเหมือนเดิม และเกิดรอยฝังลึกในระยะยาวได้ 

 

3. เติมลมยางรถให้แข็งกว่าปกติ

รถที่จอดทิ้งไว้ ลมจะค่อยๆซึมออกจากยาง ก่อนจอดรถทิ้งนานควรเติมลมยาง ให้แข็งกว่าปกติ และคอยตรวจเช็คว่ายางแบนหรือไม่ การเลือกใช้ลมไนโตรเจนจะซึมออกช้าการเติมลมปกติ นอกจากนี้ ควรขยับรถเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งการกดทับของยาง เพราะการจอดทิ้งไว้ทำให้น้ำหนักของรถกดทับยางตำแหน่งเดิมเป็นเวลานานทำให้ยางเสื่อมสภาพ 

 

4. เช็คของเหลวในเครื่องยนต์ให้อยู่ในระดับปกติ

ก่อนจะจอดรถของคุณทิ้งไว้นาน ต้องเช็กระดับของเหลวต่างๆ เช่น น้ำมันเครื่อง น้ำในหม้อน้ำ น้ำที่ปัดน้ำฝนว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่รั่วซึม เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาหรือไมล์ที่เหมาะสมหลังจากจอดทิ้งไว้ เพราะน้ำมันเครื่องมีวันเสื่อมสภาพด้วยตัวเอง หากมีการจอดทิ้งไว้นานเกินไป

 

นอกจากนี้ควรเติมน้ำมันให้เต็มถังเพื่อป้องกันการเกิดสนิมในถังน้ำมันจากหยดน้ำที่เกาะสะสมอยู่ในระบบจ่ายเชื้อเพลิง สาเหตุที่ทำให้ระบบน้ำมันอุดตัน และเนื่องจากน้ำมันในถังถ้าไม่ใช้นานๆ จะทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า “น้ำมันบูด” สังเกตได้จากการสตาร์ทรถหลังจอดนานๆ กลิ่นน้ำมันจะเหม็นกว่าปกติ จึงควรนำรถไปขับเพื่อให้น้ำมันเก่าได้หมุนเวียนออก แนะนำให้เติมน้ำมันเบนซินเพียว ที่ช่วยลดอาการน้ำมันบูดจากการจอดทิ้งรถไว้เป็นระยะเวลานานได้

 

5. เช็คเครื่องยนต์ และระบบไฟว่ายังทำงานเป็นปกติ

ระบบเครื่องยนต์และระบบไฟเป็นอีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรละเลย ควรเปิดกระโปรงหน้ารถบ่อย ๆ เพื่อดูว่ามีพวกหนูมากัดสายไฟ หรือมีนกเข้ามาทำรังหรือเปล่า ควรสตาร์ทรถสัปดาห์ละ 1 ครั้งเพื่อให้ระบบของเหลวภายในเครื่องยนต์ได้ทำงาน ให้สายพานในรถได้วิ่งทำงานบ้าง สังเกตสายพานว่าไม่มีรอยแตกหรือร้าว เช็คระบบไฟ ไฟหรี่ ไฟเลี้ยว ไฟหน้า ไฟเบรค โดยการกดปุ่มแสดงสัญญาณ พร้อมเดินดูรอบรถว่าทำงานปกติหรือไม่ ก่อนนำรถออกไปใช้อีกครั้ง

 

 

ขอบคุณที่มา : aprtech