
โรคประจำตัวที่มีผลต่อการขับรถ
- โรคที่เกี่ยวกับสายตา
ต้อหิน ต้อกระจก จอประสาทตาเสื่อม โรคเหล่านี้จะทำให้การมองเห็นในช่วงเวลากลางคืนนั้นไม่ชัด สำหรับคนที่เป็นต้อหินนั้น จะทำให้การมองเห็นมุมมองของสายตานั้นจะแคบลง ทำให้มองเห็นภาพบริเวณรอบๆได้ไม่ดี รวมถึงการมองเห็นแสงไฟบอกทาง หน้าไฟหน้ารถที่พล่ามัวได้อีกด้วย
- โรคทางสมอง
โรคทางสมองที่ยังเป็นไม่มากอย่างอาการหลงลืม โดยการขับขี่รถยนต์นั้นหากมีอาการหลงลืม นอกจากจะทำให้ลืมเส้นทางแล้วนั้นอาจจะทำให้ระบบสมาธิมีปัญหาจนทำตัดสินใจเร่งด่วนได้ยากลำบาก เพราะบางทีสมาธิในการขับรถนั้นก็อาจจะมีน้อยลงด้วย
- โรคหลอดเลือดสมอง
โรคหลอดเลือดในสมอง ทำให้แขนขานั้นไม่มีแรงขับรถ หรือ เหยียบคันเร่ง เหยียบเบรก บางคนนั้นอาจมีการเกร็งและชักกระตุก หรือ ขากระตุก ส่งผลต่อการเหยียบเบรกหรือเหยียบคันเร่ง บางคนประสานงานแขนกับขาได้ไม่ดีหรือระบบสมองอาจสั่งการได้ไม่ดีเช่นเดิม และความไวของการตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่างๆ ลดลงอีกด้วย
- โรคพาร์กินสัน
เป็นโรคที่มีอาการเกร็ง มือสั่น เท้าสั่น ทำอะไรช้าลง ทำให้ขับรถได้ไม่ดี เป็นโรคที่ผู้ป่วยนั้นเกิดอาการทางระบบประสาท ทั้งการเคลื่อนไหวช้า อาการสั่น มักจะสั่นขณะอยู่เฉยๆ แต่หากขยับตัวนั้นการสั่นก็จะลดลง แต่ก็ถือว่าเป็นความเสี่ยงพอสมควรสำหรับการขับขี่รถ
- โรคลมชัก
จะเป็นโรคที่จะมีอาการเกร็งชัก และกระตุกโดยที่ไม่รู้สึกตัว โดยเป็นโรคที่สามารถเกิดได้กับผู้คนทุกเพศทุกวัย ซึ่งอาจเกิดมาจากหลากหลายสาเหตุ เกิดจากความผอดปกติของระบบไฟฟ้าในสมอง หากถูกกระตุ้นมากไปก็จะทำให้เกิดอาการชักได้ โดยแต่ละครั้งที่เกิดอาการชักนั้นจะขึ้นอยู่กับว่าสมองส่วนไหนที่ถูกกระตุ้น
- โรคไขข้อ ข้อเสื่อม ข้ออักเสบต่างๆ
โรคเหล่านี้จะมีผลกระทบต่อการขับรถโดยตรง หากการเจ็บปวดเกิดขึ้นจะทำให้เราไม่สามารถใช้ร่างกายของเราได้อย่างเต็มที่ หรือการขยับตัวลำบาก หรือไม่สามารถนั่งขับรถแบบนานๆ ได้
- โรคหัวใจ
โรคหัวใจนั้นเป็นโรคที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บหน้าอก หรือ แน่นหน้าอกได้ เมื่อต้องขับรถนานๆ หรือ สภาพความเครียด ความกดดันจากรถติด หรือปัญหาการจราจร
- โรคเบาหวาน
โรคเบาหวานจะทำให้ผู้ป่วยนั้น มีอาการหน้ามืด ใจสั่น สมาธิไม่ดี ตาพร่า และน้ำตาลในเลือดนั้นมีปริมาณต่ำลง จะทำให้ความสามารถในการขับขี่นั้นลดตามลงไปด้วย
- การทานยา
การทานยาก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ เพราะบางนั้นนั้นอาจจะไม่ได้มีหรือเป็นโรคขั้นต้นที่กล่าวมาแต่อาจมีการทานยาในปริมาณมาก ยาบางชนิดอาจมีผลทำให้ง่วงซึมหรือง่วงนอน และอาจจะทำให้มึนงงและสับสนเวลาขับรถ ไปจนถึงการตัดสินใจต่างๆ และสมาธิในการขับรถก็ลดลงไปด้วย
ขอบคุณที่มา : visarnautocar